# hyperscaler capex — X 热门讨论 (2026-09-20 10:39 UTC)

## @MrMessenger (Chayanon Rakkanjanan) · 09-20 04:52 · ♥32 ↻6 💬0 UBS คาดว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Capex) จะโตในปีนี้ 84% และอีก 33% ในปีหน้า ขณะที่ Barclays บอกว่า AI trade "กำลังเข้าสู่ช่วงสุกงอม" พอไปอ่านเจอ 2 Research Paper นี้ ซึ่งพยายามวิเคราะห์ในเรื่องเดียวกัน แต่กลายเป็นว่า สรุปไปคนละทิศเลย แถมทั้ง 2 เจ้า ก็ปล่อยบทวิเคราะห์หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปีด้วย

---

เริ่มที่คำถามแรกก่อน : Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวันพุธ แล้วทำไมตลาดกลับบวกได้?

Kevin Warsh พาคณะกรรมการ FOMC ไม่มีแตกแถว ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps (0.25%) เมื่อวันพุธที่ 16 ก.ย. ที่นับเป็นการขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ตรงกับที่ผมก็บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าเขาจะขึ้นครั้งแล้วดูสถานการณ์

Emmanuel Cau นักกลยุทธ์ของ Barclays เรียกมันว่า "clearing event" (เหตุการณ์ที่เคลียร์ความไม่แน่นอน) เพราะช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของ Fed ทำให้ดอลลาร์นิ่งและหุ้นขึ้นได้

ส่วน Steve Englander และทีมของ Standard Chartered ชี้ว่า Warsh ทำสองอย่างพร้อมกัน คือ ส่งสัญญาณมั่นใจต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพิสูจน์ว่า Fed ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติของลุงทรัมป์ที่กดดันให้ลดดอกเบี้ยมาตลอด

---

Standard Chartered: ดอลลาร์อาจแข็งยาวถึงระยะกลาง-ยาว

ข้อสรุปของ StanChart คือ การเคลื่อนไหวของ Warsh "ถอดชนวนสำคัญที่สุดที่ขวางการถือครองดอลลาร์ และสร้างกำแพงสำคัญที่สุดที่ขวางการขายดอลลาร์" หลังจากเดือนสิงหาคมที่ Scott Bessent ต้องออกมาพยุงตลาดพันธบัตร ตลาดเคยเรียกร้อง risk premium (ค่าชดเชยความเสี่ยง) จากดอลลาร์เพิ่ม คำแถลงเชิง hawkish ของ Warsh ช่วยคลายส่วนนั้นลงไปได้บางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด

ประเด็นที่ผมว่าน่าสนใจก็คือ StanChart มองว่ายีลด์ที่สูงเพราะขาดดุลงบประมาณ ไม่จำเป็นต้องเป็นลบต่อดอลลาร์ ตราบใดที่เงินเฟ้อและความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ยังคุมอยู่ ซึ่งสวนกับเรื่องเล่ายอดนิยมที่ว่าหนี้ท่วม แปลว่าดอลลาร์กำลังจะพังครับ

---

UBS: หุ้นโลกยังไปต่อได้ 6-12 เดือน

ฝั่ง UBS มองบวกกับหุ้นโลกใน 6-12 เดือนข้างหน้า แม้ตลาดผันผวน ตัวเลขหลักคือกำไรบริษัทใน MSCI All Country World Index คาดโต 26% ปีนี้ และ 14% ปีหน้า ขณะที่ค่า Valuation ย่อตัวลงมาใกล้ค่าเฉลี่ย 10 ปีหลังตลาดพักฐาน

Ulrike Hoffmann-Burchardi CIO ฝั่งอเมริกาและหัวหน้าฝ่ายหุ้นทั่วโลกของ UBS บอกว่าการลงทุน AI "ไม่มีสัญญาณชะลอ" และบรรดา hyperscaler (บริษัทคลาวด์รายใหญ่) เริ่มหารายได้จากเงินลงทุนได้มากขึ้น

ปัจจัยหนุนอื่นคือ รัฐบาลส่วนใหญ่ใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว ภาคการผลิตฟื้น และสินเชื่อโตเร็วขึ้น ตลาดที่ UBS ชอบคือ สหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย โดยเอนเอียงไปทางยูโรโซน เอเชียไม่รวมญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่

ส่วนความเสี่ยงคือน้ำมันแพง กับการที่ตลาดอาจปรับมุมมองเป็น hawkish เกินไป แต่ UBS ยังเชื่อว่ารอบขึ้นดอกเบี้ยจะเบา เพราะเงินเฟ้อจากภาษีจะค่อยๆ จางลง

---

Barclays: AI trade สุกงอมแล้ว ให้กระจายพอร์ต

Emmanuel Cau ของ Barclays เห็นต่างครับ เขาบอกว่า "trade นี้กำลังเข้าสู่ช่วงที่สุกงอมขึ้นชัดเจน ทั้งความผันผวนและความเสี่ยงด้านการลงมือทำ (execution risk) เพิ่มขึ้น" ความกังวลหลักคือความสงสัยเรื่องความยั่งยืนของ Capex ก้อนมหึมาของ hyperscaler ซึ่งถูกซ้ำเติมจากที่ผู้พัฒนาอย่าง Anthropic ออกมาขอให้ชะลอจังหวะการพัฒนา AI ลง

คำแนะนำของ Cau คือขยายพอร์ตออกจากหุ้นเทคกระจุกตัว ไปสู่ตลาดนอกสหรัฐฯ ที่ช่องว่าง Valuation กำลังแคบลง เขายังเตือนด้วยว่านโยบายการเงินทั่วโลกที่ตึงขึ้น หมายถึง Valuation ที่ต่ำลงและผลตอบแทนหุ้นที่ลดลงในระยะข้างหน้า

---

ต่างมุมแต่ภาพเดียวกัน: ดอกเบี้ยเริ่มขึ้น ดอลลาร์ได้แรงหนุน ตลาดหุ้นยังมีกำไรบริษัทค้ำ แต่พระเอกอย่าง AI เริ่มถูกตั้งคำถามว่าจะแบกความคาดหวังได้อีกกี่รอบ

มุมมอง Mr.Messenger

จุดที่ทำให้ผมต้องเขียนบทความนี้ก็คือ UBS กับ Barclays มองข้อมูลเดียวกัน (Capex AI โตแรง) แต่ UBS มองเป็นเชื้อเพลิง Barclays มองเป็นความเสี่ยงกระจุกตัว

เอาตรงๆ ผมมองแล้ว ก็เอนไปทาง Barclays ครับ เพราะ Capex โต 84% แปลว่าใครสักคนต้องสร้างรายได้ 84% ตามมา จริงไหม?

และเราเพิ่งเห็นบทเรียนจากช่วงที่ผ่านมาว่า โครงสร้างพื้นฐาน AI คือหนึ่งในตัวการที่ออกหุ้นกู้จนท่วมตลาด และไปแย่ง demand ฝั่งพันธบัตรจนยีลด์ทะลุ 5%

ส่วนดอลลาร์ ผมเห็นด้วยกับ StanChart ระยะกลาง แต่คนที่ตั้งเป้าดอลลาร์อ่อนตามทรัมป์ก็ยังมีสิทธิ์เสียงดัง เพราะเมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจสะดุด แรงกดดันให้ Warsh ลดดอกเบี้ยจะกลับมาทันที

จุดที่ผมเป็นห่วง - ดอลลาร์แข็งยาว = แรงกดดันต่อค่าเงินบาทและตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย ขัดกับที่ UBS ชอบตลาดเกิดใหม่ ต้องดูว่าใครถูก - ถ้า Capex AI ชะลอ ผลกระทบไม่หยุดแค่หุ้นเทค แต่กระทบ "ตัวเลข 26%" ของกำไรที่ UBS ใช้เป็นฐานมองบวกด้วย - รอบขึ้นดอกเบี้ยที่ UBS หวังว่า Fed จะไม่ขึ้นแรง จริงๆมันขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันครับ ซึ่งราคาน้ำมัน มันไปขึ้นกับสงครามอิหร่านอีกที และเราก็เห็นแล้วว่า นี่คือ ปัจจัยที่ไม่มีใครคุมได้เลย แม้กระทั่งคนที่พูดกับโลกปาวๆว่า เอาอยู่ๆ ใกล้จบแล้ว

รอเวลาพิสูจน์ครับ

Mr.Messenger รายงาน https://x.com/MrMessenger/status/2101534827988365336